nopakao's Site

HomeWelcome to My SpaceJan 25, 2008


ต้นเดือน พฤษภาคม 2551 ได้พาครอบครัว ก็คือ ฉัน กับ ลูก และ ครอบครัวของเพื่อนๆ รวม 3 ครอบครัว 8 คน เป็นทริบสำหรับ เด็กๆได้มาเจอกันในช่วงปิดเทรมใหญ่..

ออกเดินทาง โดย Forturner ของเพื่อน เราออกจาก กรุงเทพ ประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ..
โดยดู ละคร สวรรค์เบี่ยงไปในรถด้วย ซึ่งทุกคนติดมาก ( ต้องขอบคุณเพื่อนเราจริงๆที่
ติด ที.วี. ในรถ )

เราถึง จ. ชุมพร ประมาณ ตี 3 กว่าๆ ใช้เวลาขับรถประมาณ 6 ชม.เราไปจอดรถรอเวลาแถวๆหน้า ร.พ.รอเวลาเรือออก ตอน 6 โมงเช้า ....ก่อนไปท่าเรือเราแวะกินอาหารเช้าที่
ตลาด ชมพร โดยไม่ได้แปลงฟัน....รู้สึกอาหารเช้ารสชาติดี หลังจากนั้นก็ซื้อของกิน
เพื่อ เอาไปกินที่เกาะเต่า......เกือบซื่อทุกอย่างที่เจอ ...น่ากินไปหมดและ เค้าบอกว่า อาหาร ที่ เกาะแพงมักๆๆ.....เลยกะเอาไปทุกอย่าง เหล้า,โซดา ( หนักมักๆๆ/ซึ่งจริงๆแล้ว
ที่เกาะมี 7 eleven ราคาแพงกว่านิดหน่อย ไม่ต้องหอบให้เหนื่อย....บ้าที่สุด )
ได้เวลาลงเรือ 6.30น. เป็นเรือเร็วลมพระยา ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชม.. ( หอบของขึ้นเรือ อย่างทุลัก ทุเล ) เรามาพักกัน 3คืน 4 วัน ที่ รีสอส์ท แถวหาด วงรี...ตอนเราไป..... เป็นช่วงที่พายุนากีส กำลังจะเข้าพม่า ......

วันที่ 2 ได้ ไปเกาะนางยวน นั่งเรือจากเกาะเต่าไป 30 นาที .....เกาะนางยวนสวยมากๆ ...ช่วงที่ไปคนเยอะมาก....ที่นี่ห้ามนำขวดพลาสติกเข้าเกาะ......น้ำเปล่าที่นี่ขวดละ30บาท.. เด็กๆเช่า อุปกรณ์แล้วก็ไปดำน้ำดูประการังกัน....ส่วนฉันเดินถ่ายรูป รอบๆ เกาะ...
ดูภาพเอาแล้วกัน บรรยายไม่ถูกว่าสวย ยังไง ..น้ำใสมากมองเห็นตัวปลาเล็กเต็มไปหมด....โชคดีวันนี้อากาศดีมาก แดดแรง ไม่มีเมฆฝนเลย........เด็กๆๆ สนุกกันมาก..ตอนบ่ายเราเตรียมตัวกลับ...เพราะเราไม่ได้พักที่นี่....( น่าเสียดายฉันยังไม่ได้ดำน้ำดูประการังเลย.....)

วันที่ 3 เรามีProgram ว่าจะเช่ารถไปเที่ยวที่หาดอืนๆบ้าง .....แต่โชคร้ายอากาศ ไม่เป็น ใจ ฝนตกทั้งวัน ไม่ได้ไปไหนเลย ( เป็นผลมาจาก พายู นากีส ) กินและก็กิน

วันที่ 4 และแล้วงานเลี้ยงก็ต้องเลิกล่า ก่อน กลับได้แวะที่ หาด โฉลกเก่า และจุดชมวิวก่อนกลับ .....และสัญญากับตัวเองว่าถ้าไม่แก่เกินไป จะไปเรียนดำน้ำ ที่เกาะเต่า สักครั้ง
เพระที่นี่เป็นแหล่งดำน้ำที่สวยงาม อีกแห่งของเมื่องไทย ..............

Photo Albumไปภูเก็ต (16 photos)Apr 5, '08 11:15 AM
for everyone

ได้ไปทำงานที่ภูเก็ตมา 2 วัน เมื่อปลายเดือน มี.ค.ได้ถ่ายรูปนิดหน่อย
ได้ เห็นทะเลแค่นั่งรถผ่าน
ได้กินกาแฟอร่อย ได้ทำงานที่รัก แค่นี้ก็สูขใจแล้ว


หลังจากชื่นชอบการถ่ายรูปมานาน ( แต่ก็ยังมั่วๆๆอยู่ ) เริ่มมีกล้องตัวแรก ในชีวติ เป็นกล้องฟิลม์ yochika ตั่งแต่ก่อนเรียนจบ พระจอมเกล้าลาดกระบัง เมื่อ 16 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็ทำแต่งานยังใช้ไม่เท่าไร โดยขโมยขึ้นห้อง เอาไปหมดแม้แต่เศษสตางค์ เก็บเงินใหม่ได้ กล้องตัวที่ 2 เป็นNikon กล้องฟิลม์

แล้วก็ฝึกถ่ายรูปไปเรือยๆๆ อย่างไม่จริงจัง เนื่องจากยังค้นหาตัวเองไม่เจอ มั่ๆๆไป
จนกล้องพัง เนื่องจากฝาปิดฟิลม์ด้านหลังหัก ก็เป็นอันไม่ได้ใช่อีก และมีภาระอย่างอื่น
ที่ต้องทำ หลังจากนั้นกระแสกล้อง Digital ก็มาแรง เลยได้มีโอกาสซื่อกล้องอีกครั้งเป็น

Nikon D70sปลายปี 2549 แต่ก็ยังถ่ายแบบมั่วๆๆไป เนื่องจากลืมไปหมดแล้วการเปิดหน้ากล้อง การวัดแสง ทำอย่างไร ต้องเริ่มศึกษากันใหม่ ( หนังสือกล้องเต็มบ้าน )

และแล้วผู้จุดประกายในการถ่ายภาพก็คือ เมื่อปลายปี 2550 งาน Photo แฟร์ที่
ไบเทค บางนา ได้เดินไปที่ บูทของ Nikon มีการเปิดตัวกล้องNikon D300 ได้เห็นผลงาน
ของคุณต่อวงศ์ ชาวาลา (หรือ พี่ฮาว ) นำกล้อง Nikon D300 ไปทดสอบที่ อินเดีย

( โอ่ จอร์ด มันยอดมาก ) ได้พบตัวจริงเสียงจริงมาเล่าเรื่องการเดินทางไปอินเดีย
เป็นคนที่เก่งมากๆๆ ทั้งแง่คิดและมุมมอง นับแต่บัด now จนบัดนี้ ดิฉัน ก็ได้เข้าเป็นสมาชิก
ของ 2how.com เว็ปไซค์ของคนรักการถ่ายภาพ

และนี่ก็เป็น Tip แรกที่ได้ไป ล่องเรือรอบเกาะ พัทยา ( เมาเรือก็วกแตกตลอด )
แต่ก็ประทับใจ ในความเป็นกันเอง สนุกสนานของ พี่ ฮาว (โดนรับน้องกินน้ำเค็มไป 1 อึก )
และเหล่านี้ก็เป็นรูปที่ถ่ายมา ยังมั่ๆๆเหมื่อนเดิม แฮะๆๆ



Photo Albumราชพฤกษ์2549 (45 photos)Feb 21, '08 7:07 AM
for everyone

เป็น Trip แรกที่ได้ ใช้กล้อง Nikon สนุกกับการถ่ายดอกไม้มากและเพื่อนๆ
หลังจากไม่ได้จับกล้องแบบนี้มาน่าน บ้างครั้งก็ยังสับสนกับปุ่มต่างๆอยู่บ้าง
แต่ส่วนใหญ่ก็ปรับที่ โหมด P และ Auto

ภาพส่วนใหญ่ อยุ๋แต่ในอาคาร จะออกมาด้านนอก ก็ช่วงบ่ายแก่ๆๆแล้ว เพระร้อนมากๆ ไมไหวขอไปหลบแดดที่ร้านเบียร์สิงห์ก่อน

หลังสบักสบอม จากราชพฤกษ์ 1 วันเต็มๆ วันกลับเราก็แน้น วัดเก่าล้วนๆ
เชี่ยงใหม่มีวัดสวยๆเยอะมาก จำไม่ได้แล้ว ( เนื่องจากกว่าจะ โพสรูปผ่านไปแล้ว2ปี )

ยังไปไม่ครบเลย โปรมแกรมแถมคือได้แวะวัด
พระธาตุลำปางหลวงด้วย เป็นวัดเก่าแก่ มีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามมาก
และที่น่าประหลาดใจคือ

พระธาตุกลับหัว ซึ่งเราดูพระธาตุจากในโบถ์ ผ่านช่องเล็กๆที่ผนัง แล้วมีผ้าใบขึงอยู่
พอมีแสงตกกระทบก็จะมองเห็นรูปองค์พระธาตุ คนโบราณนี่เก่งจังเลย




Photo Albumแม่ฮ่องสอน2549 (29 photos)Feb 21, '08 6:42 AM
for everyone

เมื่อ ธันวาคม 2549 ได้กลับไปแม่ฮ่องสอนอีกครั้งหนึ่ง จากที่เคยไปเมื่อ 16 ปีที่แล้ว
แม่ฮ่องสอนเปลี่ยนไปมาก เจริญขึ้นตามกาลเวลา

เป็นการเดินทางด้วยทัวรถตู้.......... ถึงเชียงใหม่ตอนเช้า กินอาหารเช้าที่ตลาด เราที่แวะแรกที่ อุทยานออบหลวง ประมาณ 2 ชม. และเดินทางไปแม่ฮ่องสอนต่อเลย คนขับรถไม่ได้นอนเลย รู้ใจคอไม่ค่อยดีเลย.......กลัวคนขับหลับในเส้นทางก็คดเคี่ยว แถบคนขับบอกพึ่งมาครั้งแรก.........แต่ก็รอดปลอดภัยมากินข้าวเที่ยงที่แม่ฮ่องสอนจนได้ เป็นอาหารแบบพื้นบ้านอร่อยมากๆ

เดินทางต่อสู่ ........ทุ่งบัวตองที่เหลืองอร่ามไปทั้งเขา เราไปเป็นช่วงกำลังบาน
นักท่องเที่ยงเยอะมาก แต่ทุ่งบัวตองก็ยังคงสวยงามเช่เดิม............

ที่สุดท้ายของวันนี้คือพระธาตุดองกองมู ยามคำคืน ได้ทำบุญ และเห็นเมื่อแม่ฮ่องสอนยามค่ำคืน มื้อคำแบบไทยใหญ่ แล้วก็ไปเดินย่อยที่ถนนคนเดินของแม่ฮ่องสอน ........สินค้าก็ขาย คล้ายๆกัน ไม่ค่อยมีอะไรให้ ช็อบนัก...กลับที่พัก
และตามด้วยเครื่องคืมแก้หนาวดีกว่า..........

วันที่ 2 ไป ดูกระเหรียงคอยาวกัน ก่อนไปแวะพระธาตุจองคำ จองกลางก่อน
เป็นวัดเก่าแกอยู่ในเมือง เป็นศิลปแบบพม่า ....สวยงามตามภาพ.......

กระเหรี่ยงคอยาว...นั่งเรือหางยาวไปประมาณ 1 ชม. กระเหรียงคอยาวปัจจุบัน
เป็น ...นักธุรกิจไปแล้ว ทุกคนขายสินค้า เหมื่อนๆกัน และโพสท่าถ่ายรูป ....แต่ก็ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่........คงน่าเสียด่ายถ้าความเจริญเข้ามาทำให้ความเป็นธรรมชาติหมดไป.............

คงจบแค่นี้เพราะต่อไปมีแต่นั่งรถ....ขึ้นเขา.. ลงเขา ..ผ่านโค้ง4000กว่าโค้ง.....ผ่านเมืองปายที่น่ารัก....แต่ไม่ได้แวะ ( โอกาสหน้าคงได้เปะกัน )..มาพักที่เชียงใหม่........และพรุ่งนี้ที่..เจอกันที่ราชพฤกษ์................




เป็นTrip สนุกสนาม ได้นั่งช้าง ,ได้ถ่อแพ ไม้ไผ่ เป็นครั้งแรกที่ได้ขี่ช้าง
ได้สัมผัสวธีชีวิตของชาวมอญ



Photo Albumทีลอซู (43 photos)Feb 21, '08 3:18 AM
for everyone

เป็นความไฝ่ฝันมานาน...ที่จะได้ไปเยือน น้ำตกทีลดซูสักครั้ง.....และแล้วต้นเดือนพฤษจิกายนวันที่2 เราก็ได้ออกเดินทางโดยรถตู้....ของเจ้านาย...

เริ่มแรกเราตั้งใจจะไปแบบเดินเท้าเข้าไปที่ น้ำตก ประมาณ 10 กว่า กิโล เพื่อให้ได้บรรยากาศ ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝน ถึงเดือน ต.ค. ไม่อนุญาติให้นำรถเข้าไป แต่สมาชิกบางท่านบอกไม่ไหว ขอนั่งรถเข้าไปเถอะ ถ้ายังรักกันอยู่.....

1219 โค้ง โหดกว่าที่คิดเป็นโค้งที่หน้าหวาดเสี่ยวมาก ถนนแคบหมอกหนาและโค้งแบบ....แบบบอกไม่ถูก...ตูดไม่ติดเบาะเลยเหวี่ยงมักๆๆ ...ทีไม่เคยอ๊วก ..ก็อ๊วก ....ทีเคยหลับก็ไม่สามารถหลับได้ .....เพราะไม่มีช่วงไหนที่วิ่งตรงเลยตลอดระยะทางไปอุ้มผาง.

ในที่สุดก็จบสินเสียทีอาการตูดไม่ติดเบาะ ....เราถึงอ.อุ้มผางตอนเช้ามืด
เป็นเมืองเล็กๆ แต่เราก็หลงทาง.....ชื่อรีสอตท์ก็คล้ายๆๆกัน ต้องมี..อุ้มผาง........

รีสอตท์ตอนรับเราด้วยกาแฟและข้าวต้ม.....
เก็บของแล้วลงเรือกันเลย.......สิ่งที่เราเป้นห่วงมากคือกล้องกลัวเปียกน้ำ..ฉันเอากล้องไปตัวเดียวคือ Nickon ....แต่เพือนอิฉัน She พา กล้องCanon 400Dที่พึ่งถอยมาใหม่ๆ และกล้อง Vdo ....

อาการน่าเป็นห่วงเพราะดูพรุงพรังหรือเกิน......เธอนำถุงขยะสีดำมาไส่กล้องCanonซึ่งไม่มีไครชุกคิดว่ามันจะลั่ว.....รวมทั้งฉันด้วยที่เอากระเป๋ากล้องซึ่งมีเลนซ์อยู่ 1 อันไปไส่รวมไว้ด้วย....และว่างไว้ที่พื้นเรือยางที่มีน้ำอยู่........

นั่งเรือชมวิล 2 ข้างทางกันมามาได้พักใหญ่ๆๆ เพื่อนอิฉันก็อยากถ่ายรูปขึ้นมาจึงหันไปหยิยถุงขยะสีดำที่มีกล้องอยู่ ( ตลอดเวลาเธอถ่าย วีดีโอ ) ส่วน ฉันถือกล้องไว้กับตัวตลอด.....

และแล้วสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ่น....ถุงกล้องมีน้ำเต็มไปหมด Canon 400D เปียกน้ำ
เกือบ ครึ่ง ชม. ส่วนกระเป๋าและเลนส์ของฉันชื่น นิดหน่อย.........โมโหตัวเอง และสงสารเพื่อน...............เศร้าเลยแต่ก็ไม่อยากทำให้งานก่อย...ก็ทำใจและแวะจุดพัก..
เอาน้ำสีอำพันมายอมใจ........

ไฮไล้ ของ งานนี้ก้คือน้ำตกทีลอซู สวยงามอย่างที่คิด ยิ่งใหญ่อลังการณ์ (ทีลอซูแปลว่าน้ำตกดัง) นอกนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไรหน้าสนใจเท่าไร

ส่วนใหญ่ก็ โพสท่าถ่ายรูป คิด สะว่าเราเป็นนางแบบ เกาะตามต้นไม้บ้างไปตามเรื่อง .....ขำๆๆ จบทิปนี้ด้วยความสนุกสนาน และน้ำตา Canon ( ไม่รู้จะใช้การต่อได้มัย
จมน้ำสะขนาดนั้น




MusicNew Music 4Jan 25, '08 4:07 AM
for everyone
ハメテタメセ-ヘリ鮹テム。 テヌチ狎ナァサテミ。ヘコナミ、テ LOVE SCENE 3 

Photo Albumกลับบ้าน (13 photos)Jan 17, '08 6:30 AM
for everyone

กลับบ้านด้วยความผิดหวัง ( เห็นหิมาลัยแค่นี้เอง??) นี่คือการไม่วางแผนมาให้ดีข้อมูลน้อยมากและเมื่อ 2 ปีที่แล้ว Net. ก็ใช้ไม่คอยเป็นไม่รู้จัก Wep อะไรเลย? เลยเป็นเช่นนี้

( ได้แต่หวังว่าคงได้มีโอกาสมาอีกครั้ง )
ตามเวลาต้องถึงสนามบินประมาณ 10 โมง หลังจากขนกระเป๋า 13 ใบลงจากรถ ผ่านด่านตรวจต่างๆ เข้าแถวมาถึงที่เคาน์เตอร์?? เหมือนเดิม Dely อีกแล้วครับท่านจาก 10 โมงให้เรากลับมาอีกที่ 4 โมงเย็นและไม่รับฝากกระเป๋าเดินทาง 13 ใบของเรา( คิดู่มันทุลักทุเลแค่ไหน) พร้อมหอบกระเป๋ากลับไปสนามบินใหม่ แต่ก็ยังดีที่มีรถพาไปส่งที่โรงแรมและมีมือกลางวันให้ฟรี ............

ที่โรงแรมก็มีนักท่องเที่ยวรวมชะตากรรมเดี่ยวกลับเรารออยู่เติมโรงแรม และรอๆๆๆและรอๆๆๆๆ........พอบ่าย 3 โมงเจ้าหน้าที่ก็มาเรียกเราขึ้นรถ(ตอนนี้เราหลือแค่ 8 คน เพราะเพือนและสามีอยู่เยี่ยมญาติต่อ )พร้อมกระเป๋า 13 ใบกลับไปที่สนามบินอีกรอบ.....เข้าไปดำเนินการเหมื่อนเดิมอีกรอบกว่าจะได้ขึ้นเครื่องเกือบ 1 ทุ่ม ...........
เราถึงประเทศไทยโดยสวัดิภาพ...ประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆๆๆ รอกระเป๋าและหารถเข็นอีก 1 ชม. ( สนามบินพึ่งเปิดได้ 1 เดือน รถเข็นไม่พอ ) เวชกรรมจริงๆๆ..... แต่ก็ยังอยากไปสัมผัสเนปาลแบบถึงกึ่นอีกสักครั้ง.......จบ


ออกจากบักตะปูร์ เดินทางสู้ นาการ์กอต เป็นเมืองตั้งอยู่บนเขา ระดับความสูงประมาณ 1985 ม. เป็นเส้นทางขึ้นเขา คดเคี้ยว จากบักตะปูร์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.กว่า
ผ่ายป่าสนและหุบเขา ไปถึงนาการ์กอตก็มืดพอดี ที่นั้นอากาศเย็นมากลมแรง ต้องรีบเข้าไปในโรงแรม โรงแรมที่พักชื่อโรงแรม Hotel Niva ระดับ 4 ดาว ( เป็นของชาวญี่ปุ่น ) ที่นี่จะมี บุเฟ่ตอนเย็น จัดเป็นอาหารพื้นเมือง และมีดนตรีให้ฟังด้วยก็เพราะดีมีเป็นเครื่องสี คล้ายซอ และกลองใบเล็กเล่นกันอยู่ 2 คน หลังอาหารทุกคนก็แยกย้ายเข้านอนเพื่อตื่นเช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้น...............

ตี 5 ตื่นขึ้นมาอย่างงังเงืย หน้าตาไม่ได้ล่าง ฟันไม่แปรงออกไปดูพระอาทิตย์ ตอนแรกดูอยู่ที่ระเบียงห้องมองไม่ถนัดก็เลยเปลี่ยนใจเดินไปที่ระเบียงจุดชมวิวของโรงแรม ( ความที่ไม่มีไครบอกเกื่อบพาดแล้มัยละ?? )

ที่จุดชมวิว...ญี่ปุ่นเพียบ... ประมาณ 6 โมงกว่าพระอาทิตย์ก็เริ่มโผล่ออกมา ( ลืมบอกไปวิวที่เราชมนี่เป็นเทือกเขาหิมาลัย มองเห็นยอด เอเวอเรสอยู่ไกลๆ...........
พระอาทิตย์เริ่มขึ่น ชาวญี่ปุ่นก็พร้อมใจกันร้องเพลงกัน........เราก็ไม่รู้เพลงอะไรแต่ฟังแล้ก็รู้สึกดี ( นึกอยากร้องเพลงชาติไทยบ้างจัง ) เรายื่นชมวิวกันเป็น ชม. อากาศตอนเหนาวมากตรงห่มผ้าใสถุงมืออย่างที่เห็น ( ถุงมือที่อุสาห์เตรียมมาเลยได้ใช้ )

หลังอาหารเช้าพวกเราตกลงกันว่าจะออกไปเดินตามหมู่บ้านกัน ................
หลังจากดื่มด่ำกับธรรมชาติแล้ว พวกก็ตกลงใจว่าอยากอยู่ต่อและอยากไปตามแผนเดิม
คือเดินทางไปเมืองโปครา........เพื่อนก็พยายามเลื่อนตั๋วให้เราแต่ไม่สำเร็จ.........ก็ต้องจำใจค้างที่นาการ์กอตอีก 1 คืน แล้วกลับ Bkk ( อ้อแต่เพื่อนและสามีชาวเนปาลเข้าไม่ได้กลับพร้อมพวกเราอยู่แล้ว )



ภายในจัตุรัสดะระบาร์ จะมีวัอยู่กระจัดกระจายไม่หนาแน่นเหมื่อนปาตัน งานสถาปัตยกรรมและวัดต่างๆก็คล้ายๆกัน ( ดูรายละเอียดได้ในหนังสืหน้าต่างเนปาล )ที่เหมื่อนกันอีกอย่างคือชาวเนปาลชอบนั่งเฉยๆตามบันไดของวัดต่างๆ

ตอนเรามาถึงที่นี่ก็เป็นช่วงเย็นพอดีประมาณ 5-6โมง จากลานโล่ง ประเดี่ยวเดียวก็เต็นไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าชาวเนปาล นำสินค้ามาวางขาย พวกงานฝี่มื่อเช่นผ้า Passami ( ทำจากขนจามรี ) ภาพทังการ์,อื่นๆๆอีกมากมาย ซื่อที่นี่ราคาจะต่อรองได้ง่ายกว่า( ชาวเนปาลจะบอกราคาสูงต้องต่อแบบมากกว่าครึ่ง) ที่เมืองนี่เป็นธรรมชาติดี ผู้คนหน้าตายิ้มแย้ม (ไม่คอยมีขอทานเหมื่อนกาฐมาณฑุ............


ออกจากเมืองปาตันไปเมืองบักตะปูร์
ระหว่างทางเราก้แวะที่เผาศพของชาวเนปาล อยู่ริมแม่น้ำ.......เรามองดูที่ฝังตรงข้าม ตอนที่ไปก็กำลังมีการเผาศพอยู่พอดี ..เป็นการเผาแบบสดๆบนเชิงตะกร ไม่มีเมรเหมื่อนบ้าเรา(เหม็นมากขอบอก..."ไม่รู้มาดูทำไม??? )

เดินทางสู่ บักตะปูร์
ที่นี่เสียค่าเข้าชมแพงสุด ประมาณ 700 รูปี พวกเด็กๆไม่ได้เข้าชม เพระรู้สึกว่าคล้ายๆๆกับที่ดูมาแล้ว ขอรอที่รถ ( ตามประสาเด็กไม่ชอบสถานที่แบบนี้ )

เมืองนีชาวบ้านจะเป็นเกษรกร ปลูกข้านและเครื่องปั้นดินเผา ที่นี้เราจะเห็นชาวบ้านตากข้าวและ ฟัดข้าวกันอยู่ข้างถนน ทุกอย่างใช้แรงงานมือของผู้หญิง ไม่มีเครื่องจักร เห็นแล้วนึกถึงอดีต ชนบทของบ้านเราเมื่อ 30ปีก่อน

น้ำใช้ก็จะมีบ่อน้ำรวมเป็นบ่ดสี่เหลี่ยมกว้าง ประมาณ3ม.ก่อด้วยอิฐแดง ลึกประมาณ 2 เมตร มีบันไดเดินลงไป และมีน้ำไหลออกมาจากท่อที่ผนัง ชาวบ้านก็จะถือถังมารองไปใช้ บางคนก็นั่งซักผ้าที่ตรงนั้นเลย บ่อน้ำจะอยู่กลางชุมชน
( ถ่ายแต่ Vdo ไม่ได้ถ่ายรูป เลยไม่มีรูปให้ดู )

Photo Albumเมื่องปาตัน (24 photos)Jan 16, '08 4:09 AM
for everyone

สถูปพุทธ.....
เป็นวัดพุทธอยู่บนเนินเขา มีดวงพรเนตรเห็นธรรมของพระพุทธองค์เฝ้ามองจากทั้ง 4 ด้าน
ที่นี่จะมีลิงตัวเล็กๆอยู่เต็มไปหมด ทางเดินขึ้นเป็นขั้นบันไดเดินขึ้นไป...ก่อนถึงก็จะมีร้านขายภาพเขียนสีน้ำ,สีน้ำมันและสินค้าพื้นเมื่องมากมาย ราคาก็ไม่แพงมากต่อรองราคาได้
พอเดินถึงด้านบน ที่นี่จะมีชาวเนปาลที่บับถือศาสนาพุทธมาทำพิธีทางศาสนา วิวโดยรอบมองเห็นเมื่องกาฐมาณฑุ.........

ออกจากวัดก็นั่งรถไปเมื่องปาตัน หรือเรียกอีกอย่างว่า ละลิตปูร์ "เมืองอันงดงาม" อยู่ทางตอนใต้ของกาฐมาณฑุ ที่นี่การจราจรก็พุกพร้านเหมื่อนเดิม ภายในเป็นพระราชวังเก่า
สถาปัตยกรรมก็คล้ายๆกันเป็บงานอิฐิ ประตูหน้าต่างแกะสลักด้วยไบงส่วนก็เป็นโลหะลงทอง วิจิตรงดงามมาก

เราทานอาหารกลางวันกันที่ ร้านชื่อดังอยู่ติดกับพระราชวัง ขายอาหารฝร่งและอาหารเนปาล ภายในร้านตกแต่งสไตล์เนปาล ชื่อร้าน "Layeku kitchen " ร้านอยู่ด้านบนชั้น3
กินข้าวและได้ชมวิวพระราชวังไปด้วย............


Linkhttp://www.2how.com/kao_kaoJan 16, '08 4:01 AM
for everyone



วันที่สองของการเดินทาง
อีกหนึ่งวันในกาฐมาณฑุที่เต็มไปด้วยเสียงแตร ? แป๋นๆๆๆๆ ( ปีบทำไมเป็นความสงสัย )วันนี้เพื่อนของเราชาวเนปาล,พวกเราและญาติชาวเนปาลอีก 2 คน ร่วมเดินทางกับเรา ซึ่งเพื่อนได้ติดต่อรถตู้ไว้

ตามแผนใหม่วันนี้เราจะไปวัดพุทธ,เมืองปาตัน,เมืองบักตะปูร์และพักที่บนเขานาการ์กต 1 คืน ( ซึ่งควรจะไปตั้แต่เมื่อวาน )และเพื่อนแจ้งให้เราทราบว่า เวลาเราไม่พอไปเมืองโปขราเพราะต้องใช้เวลาอีก 1 วัน ( ซึ่งเราเสียไปเมื่อวาน ไม่มีรถไป )และเลื่อนตั๋วกลับเมืองไทยไม่ได้ ? ไม่มีตั๋ว

สรุปก็ต้องพักที่นาการ์กอต 2 คืน แล้วกลับ BKK(เซ็งมากแต่ไม่รู้ทำไง ) อ้อค่ารถตู้ 1วัน ประมาณ 9000 รูปี ( โค ต ร แพง ตามความรู้สึกเรา แต่เพือนบอกราคานี้ถูกแล้ว??.. OKไป ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ) หลังอาหารเช้า ข้าว,โรตี,แกงไก่ ออกเดินทาง.............

MusicNew MusicJan 15, '08 1:30 AM
for everyone


ปี2549เดือนตุลาคม เราได้เดินทางไปเนปาลตามคำชวนของเพื่อนหญิงไทยซึ่งได้สามีเป็นชาวเนปาลี ไป 5วัน ( น้อยมาก ) โปรแกรมที่วางไว้ก็ลอกมาจากทัว วันแรกที่กาฐมาณฑุชทโบราณสถาน วัด เมืองปาตัน วันที่ 2 เมืองปบักตะปูร์ และชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ เมืองนะกอร์กตวันที่ 3 บินไปโปขราก็คิดว่า 5 วัน น่าจะพอเพระบางคนมีภาระการงานที่ไปได้เท่านี้ ด้วยความที่พวกเราข้อมูลน้อย ก็ปล่อยให้เป็นภาระของเพื่อนชาวเนปาลีและหญิงไทยใจเด็จ มีผู้ร่วมเดินทาง12 คน และแล้วก็ถึงวันเดินทางนัดเจอที่สนามบินสุวรรณภูมิ10.00น.เครื่องออกประมาณเที่ยงกว่าๆ แต่เจอสายการบินรอยัลเนปาลแอร์ไลท์ Delay ได้ขึ้นเครื่อง18.30น. 8 ชม.กว่าๆๆที่รอๆๆๆอยู่ที่สุวรรณภูมิ shoppingก็แล้ว ชิมไวน์ก็แล้ว นอนก็แล้ว ??ตอนนั้นสนามบินพึ่งเปิดได้ 1 เดือนแอร์ไม่เย็ย ร้อนมากๆๆแต่ก็พอทนได้ถ้าไม่นั่งรอ นอนรอถึง 8 ชม.กว่าๆ??ทำไมไม่เรียกสักที่ และแล้ว 18.30ก็ได้เดินทางซักที่ ตอนแรกเลือกที่นั่งริมหน้าต่างด้านขวาเพราะเข้าบอกว่าจะเห็นเทือกเขาหิมาลัย ?เหลือแต่ความมืดมิด ไม่เป็นไรขากลับคงได้เห็น และแล้วก็มาถึงสนามบินเนปาลประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆกรอกเอกสาร vesaเข้าเนปาลอีก 1 ชม. ( เพื่อนบอกว่าไปขอ วีซ่าเข้าที่สนามบินก็ได้ไม่ยุ่งยาก ) ก็จริงถ้าไม่ใช่ 4 ทุ่มกว่าแล้และเบื่อการรอคอยแล้ว ออกจากสนามบิน ชาวเนปาลต่างรุมล้อมพวกเราช่วยเราขนกระเป๋าอย่างดีโดยเรามิได้ร้องขอ ( ช่างมีน้ำใจจริงๆๆ) เมื่อทุกอย่าง


ขึ้นรถที่ติดต่อไว้เรียบร้อย ?แต่ชาวเนปาลยังไม่ยอยจากเราไปยังคงส่งเสียงอยู่ข้างรถ เนื่องจาก ทิป ที่ให้ไม่พอต้องการอีก เพื่อนชาวเนปาลต้องให้เพิ่มไม่เช่นเราคงไม่ได้ออกจากที่นั้นเพราะพี่เนปาลตื้อจริงๆๆ คืนแรกพักที่โรงแรมในเมืองกาฐมาณฑุใกล้ย่านทาเมล เช้าปลุกให้ตื่นด้วยเสียงปีบแตรรถ แป้นๆๆๆๆๆๆๆ?โดยไม่ต้องพึ่ง morning call

วันแรกที่เนปาล เรารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เป็นอาหารแบบเนปาล ข้าวและแกงถั่วสำหรับเราก็อร่อยดีเพราะเป็นคนกินง่ายอยู่แล้ว และก็ได้รับแจ้งข่าว ว่ามีการประท้วง? มีการปิดถนน รถที่ติดต่อไว้ไม่มารับ ? ซึ่งตามโปรแกรมเราต้อง ไปพระราชวังกาญมาณฑุ เมืองปาตัน วัดสถูปสวยมภูวนาถเป็นวัดพุทธอยู่ทางตะวันออกของกาฐมาณฑุ แล้วทำอย่างไรดีละไม่อยากนั่งเชยๆที่โรงแรม ก้เลยต้องเปลี่ยนแผนเป็นเดินไปแทน ก็เลยต้องเดินผ่านตลาดซึ่งเป็นย่านการค้าของชาวเนปาล

บ้านเรือนเป็นตึกเก่า มีประตูเล็กๆเป็นช่องแค่พอคนเดินเข้าไปได้ มีของวางขายมากมาย ผัก ผลไม้ ส่วนใหญ่เป็นทับทิมซึ่งจะขี่จักยานขายกัน และก็เป็นสินค้าเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนาฮินดู เป็นถนนที่ขวักไขว่มาก เต็มไปด้วยผู้คน เดินไปเรื่อยๆเราก็มาถึง กาษฐมณฑป หรือศูนย์กลางของกาฐมาณฑุสร้างจากไม้เพียงต้นเดียว รอบๆๆก็มีชาวเนปาลเอาของผัก ผลไม้มาวางขายกัน ที่จัตุรัสราชวังกาฐมาณฑุ ( Durbar Square ) จ่ายค่าเข้าชมสถานที่ ( จำไม่ได้ว่าเท่าไรน่าจะประมาณ 200 รูปี )ที่นี่จะมีวัดของเทพธิดามีชวิตเรียกว่า กุมารี เป็นวัดก่ออิฐถือปูน หน้าต่างวัดเป็นไม้แกะสลักอย่างละเอียด ตามตำนานเชื่อว่ากุมารีคืดอวตารของเทพธิดาพรหมจรรย์ โดยปกติเทพธิดาจะไม่ออกจากที่พำนัก เว้นแต่ในเทศกาลอินดราจัตรา เป็นเทศกาลทางศาสนา ที่จัตุรัสราชวังนี้จะมีวัดเก่าแก่อยู่มากมาย ซึ่งเห็นแล้วก็ทึ่งในความเก่งของคนในอดีต?ทำได้อย่างไร ออกจากจัตรัสก็บ่ายกว่าๆเราก็เลยเลือกนั่งรถสามล้อถีบไปกินข้าว ก็เป็นร้านที่เพื่อนชาวเนปาลบอกว่าอร่อยที่สุด ( จำชื่อร้านไม่ได้ ขออภัย ) อ้อลืมบอกราคาสามล้อต่อคัน 150 รูปี 5 คันรวม750 รูปี = 350บาท ก็ถือว่าแพงถ้าเทียบจากระยะทาง ( ที่เนปาลต้องต่อรองราคาให้ดีมิฉะนั้นจะ...... ) อาหารที่กินก็ข้าว+แกงและโมโม่อาหารแนะนำ หน้าตาคล้ายๆเกี๋ยวซ่านึ่งข้างในมีไส่ให้เลือก ไก่ ,ผัก รสชาดก็อร่อยดีสั่งไป 3 จาน.....


หลังจากนั้นก็เดินซื้อโปสการด์และเดินกลับโรงแรมซึ่งอยู่ใกล้ๆร้านอาหารนั้นเอง? นอนพักผ่อนกัน 2 ชม. ตกเย็นก็ออกไปเดินเล่นย่าย ทาเมลกัน ก็คล้ายๆถนนข้าวสารบ้านเราตามที่เขาออกๆมา สินค้ามากมายขายเหมื่อนๆกันเลยไม่รู้จะซื้ออะไร เลยไปนั่งดื่มเบียร์กันที่ร้านอาหารในย่านนั้นมี3-4ชั้นเราขึ้นไปนั่งชมวิวกันชั้นบนสุดเป็นดาดฟ้า ชาวต่างชาติเยอะมากร้านนี้ อาหารก็อร่อยเป็นเมนูอาหารฝร่ง เรานั่งชมวิวกันถึง เที่ยงคืน( อ้อมีเพือนของเพือนชาวเนปาลมาสมทบด้วย คนเนปาลจะพูดเร็วและยาว ฟังนานๆอาจปวดหัวได้ ) ขากลับเราก็เดินกลับโรงแรมกันกลางคืนที่เนปาลจะเงียบมากไม่มีผู้คนมาเดินให้เห็นเหมือนบ้านเรา แต่รถขาย โมโม่ก็ยังมีขายอยู่ ซึ่งที่กินเข้าไปเมื่อกลางวันยังไม่ได้ปลดปล่อย......ไม่ไหวแล้ววิ่งดีกว่า.......

MessageGuestbook
   
chaturada wrote on Jul 25
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมกันนะคะ
เห็นรูปแล้วอยากเที่ยวบ้างจัง TwT
อยากไปทางแคชเมียร์ สิกขิม
ohsie wrote on Jul 15
พี่เก้า
โทษทีโอ๋ยุ่งหัวป่วน ไม่ค่อยมาหาเลย และก็ไม่ได้อัพเดทรูปอะไรกับใครเขาเลย
เรื่องข้อมูลโต๊ะ ขอบคุณค่ะ สงสัยต้องไปเชียงใหม่ แล้ว ก็ไปดูที่จตุจักรนะ แต่ไม่อิน
พี่เก้าสบายดีนะจ๊ะ งานยุ่งไหม
คิดถึงอ่ะ อยากหัวเราะเป็นภาษาไทยอ่ะ
คิดถึงบ้าน อิอิ
naywet wrote on Jul 9
หวัดดีคราบ..ไม่ได้มาเสียนานเลย...สบายดีหมั้ยคราบ....อิอิ
happybumbim wrote on Jun 23

ขอบคุณนะคะ ที่แวะทักทายกัน อาจจะตอบช้าบ้าง อย่าว่ากันน๊า ยินดีที่ได้รู้จัก จ้า
dekhong wrote on Jun 14
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมน่ะครับ ^ ^
yingtan5553 wrote on Jun 13
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
meebass wrote on Jun 12
สวัสดีครับพี่เก้า สบายดีมั้ย.....
suasaming wrote on Jun 12
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
ohsie wrote on Jun 11
P Kao, wad dee ja
how are you? hey i want to ask you a question.
Do you know any good place to get a nice Teak wood dinning table (6-8 ppl)? I have been checking in a couple places in bkk, like JJ, Amarin, some brandname shops but i have not make a desicion. I thought you may know some good one, or maybe you design some before? pls let me know if you have any info on this.
Thank you kha!
Oh..

miss miss ja..
still enjoy taking photos?
dungtawan wrote on Jun 9
หวัดดีค่ะพี่เก้า..คิดว่าหายไปไหนนานเลยที่แท้ก็หนีไปเที่ยวนี่เอง (^-^-)
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมบ้านดวงตะวัน ขอเดินชมเกาะนางยวนหน่อยนะคะ
ยังไม่เคยไปเลยค่ะ
wanajohn wrote on Jun 9
หู้ๆๆๆ นานๆๆ เข้ามา จากบ้านไม่ค่อยมีอะไรวันนี้อลังกาลมากเพ่
ohsie wrote on May 27
P Kao!
how ya doing? hope you are well! i am back to work already, tiring kha but still enjoy taking pics (no time to load them) 555
you take care na ja and let me know if you are going to Nepal..
mrs007gzz wrote on May 19
พี่เก้าขราาาาา ตกลงเราจะไปอินเดียกันไม๊คร๊าาาาา ^^
ohsie wrote on May 18
Hello P KAO,
Yeah i got back to Jordan already. This is my second day home. Feel good to be home na kha..
kid teung na and take care ja
hope to see ya again sometimes soon!
meebass wrote on May 14
สวัสดีครับพี่....ผมก็ช่วยพี่ได้นิดหน่อยเองอ่ะ เพราะบางอันก็งง เลยต้องฟังอาจารย์กลัวทำไมได้ แต่ถ้าอันไหนได้แล้วผมก็ช่วยพี่ ไม่ว่ากานนะครับ ตอนนี้พี่เป็นไงบ้างทำได้หมดยัง หรือทิ้งไว้บ้านอาจารย์และ.......555+ ล้อเล่นนะครับ พี่ถ้าสงสัยเรื่องไหนผมตอบได้จะมาตอบให้นะครับ ผมจำได้เกือบหมดหรือไม่กี่ข้อเอง ซึ่งไม่กี่ข้อวันนั้นทำได้ง่ายกลับมาจำไม่ได้.....แล้วเจอกานนะครับ
mrs007gzz wrote on May 12
หวัดดีค่ะพี่เก้า ถ่ายภาพสวยมากกกกกกกก

meebass wrote on May 10
สวัสดีคับพี่เก้า...หมีเองมาทักทาย โห...ไปเที่ยวมาหลายที่เลยอิจฉาจัง
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Template design - Copyright © 2005 Sam Royama All rights reserved.